
การคำนวณโซล่าเซลล์จากค่าไฟไม่ควรดูเพียงยอดเงินที่จ่ายต่อเดือน แต่ควรเริ่มจากจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้จริง โดยเฉพาะสัดส่วนการใช้ไฟในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นช่วงที่แผงโซล่าเซลล์สามารถผลิตไฟมาใช้ได้โดยตรง
ตัวอย่าง หากใช้ไฟเดือนละ 1,000 หน่วย และประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน เท่ากับมีการใช้ไฟช่วงกลางวันประมาณ 600 หน่วยต่อเดือน หรือเฉลี่ยประมาณ 20 หน่วยต่อวัน หากประเมินว่าระบบ 1 kW ผลิตไฟใช้งานได้เฉลี่ยประมาณ 3.5 ถึง 4.3 หน่วยต่อวัน ระบบที่ต้องการจึงอยู่ในช่วงประมาณ 4.7 ถึง 5.7 kW ก่อนนำข้อมูลพื้นที่หลังคา อินเวอร์เตอร์ และสภาพหน้างานมาพิจารณาเพิ่มเติม
ดังนั้น วิธีคำนวณที่แม่นกว่าคือ เริ่มจากหน่วยไฟในบิล ดูพฤติกรรมการใช้ไฟช่วงกลางวัน แล้วจึงแปลงเป็นขนาดระบบและจำนวนแผง
จุดแรกที่ควรดูไม่ใช่จำนวนเงินบาท แต่เป็นจำนวนหน่วยไฟฟ้าหรือกิโลวัตต์ชั่วโมงที่ใช้ในเดือนนั้น หนึ่งหน่วยไฟฟ้าเท่ากับหนึ่งกิโลวัตต์ชั่วโมง
ตัวอย่าง หากบิลแสดงว่าเดือนนี้ใช้ไฟ 800 หน่วย หมายความว่ามีการใช้พลังงานไฟฟ้ารวม 800 กิโลวัตต์ชั่วโมงในรอบบิลนั้น
การใช้จำนวนหน่วยจะคำนวณขนาดโซล่าเซลล์ได้ตรงกว่าการดูยอดค่าไฟ เพราะยอดเงินยังมีส่วนประกอบอื่น เช่น ค่าไฟตามอัตราที่กำหนด ค่าบริการ ค่า Ft และภาษี
ไม่ควรใช้บิลเพียงเดือนเดียว หากต้องการเห็นพฤติกรรมการใช้ไฟที่ใกล้เคียงความจริง ควรนำข้อมูลประมาณ 6 ถึง 12 เดือนมาดูร่วมกัน
บ้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศมากในหน้าร้อนอาจมีค่าไฟบางเดือนสูงกว่าปกติ ขณะที่ธุรกิจบางประเภทอาจมีช่วงฤดูกาลที่ใช้เครื่องจักรมากเป็นพิเศษ
การดูหลายเดือนช่วยให้เห็นทั้งค่าเฉลี่ย ช่วงที่ใช้ไฟสูง และความผันผวนของการใช้ไฟตลอดปี
นี่เป็นขั้นตอนสำคัญในการคำนวณโซล่าเซลล์ โดยเฉพาะระบบที่เน้นผลิตไฟเพื่อใช้ภายในบ้านหรืออาคารระหว่างวัน
สมมติบ้านสองหลังใช้ไฟเดือนละ 1,000 หน่วยเท่ากัน
บ้านแรกมีคนอยู่ตลอดวัน เปิดเครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำ และอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นประจำช่วงกลางวัน
อีกบ้านไม่มีคนอยู่ระหว่างวัน และใช้ไฟหนักหลัง 18.00 น.
แม้ใช้ไฟรวมต่อเดือนเท่ากัน แต่ขนาดระบบที่เหมาะสมอาจไม่เท่ากัน เพราะระบบโซล่าเซลล์ทั่วไปจะผลิตไฟได้ในช่วงที่มีแสงแดด
การคำนวณเบื้องต้นสามารถแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ ดูหน่วยไฟต่อเดือน หาไฟที่ใช้ช่วงกลางวัน แปลงเป็นความต้องการต่อวัน และคำนวณกลับเป็นกำลังติดตั้ง
สมมติใช้ไฟ 1,000 หน่วยต่อเดือน จำนวนนี้คือพลังงานทั้งหมดที่ใช้ทั้งกลางวันและกลางคืน จึงยังไม่ควรนำไปกำหนดขนาดโซล่าเซลล์ทันที
สมมติจากพฤติกรรมการใช้งานพบว่าประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของการใช้ไฟเกิดขึ้นในช่วงกลางวัน 1,000 หน่วยต่อเดือน ที่สัดส่วนกลางวัน 60 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับประมาณ 600 หน่วยต่อเดือน
นำ 600 หน่วยหารด้วย 30 วัน จะได้การใช้ไฟช่วงกลางวันเฉลี่ยประมาณ 20 หน่วยต่อวัน
นี่คือปริมาณพลังงานที่สามารถใช้เป็นเป้าหมายเบื้องต้นในการประเมินระบบ แต่ไม่จำเป็นว่าต้องออกแบบโซล่าเซลล์ให้ผลิตเท่ากับ 20 หน่วยทุกวันพอดี
กำลังผลิตของระบบจริงขึ้นอยู่กับพื้นที่ติดตั้ง ปริมาณรังสีดวงอาทิตย์ ทิศทางหลังคา อุณหภูมิ เงาบัง และการสูญเสียของระบบ
หากใช้ค่าประเมินเบื้องต้นว่าระบบ 1 kW สามารถผลิตพลังงานใช้งานได้ประมาณ 3.5 ถึง 4.3 หน่วยต่อวัน จะได้ว่า
ต้องการผลิตประมาณ 20 หน่วยต่อวัน
เมื่อนำ 20 หารด้วย 3.5 ถึง 4.3 จะได้ขนาดระบบประมาณ 4.7 ถึง 5.7 kW
จึงสามารถนำระบบขนาดประมาณ 5 kW มาเป็นจุดเริ่มต้นในการสำรวจหน้างานและออกแบบรายละเอียดต่อไป
ค่าดังกล่าวเป็นการประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่ค่ารับประกันผลผลิต เนื่องจากข้อมูลรังสีแสงอาทิตย์และศักยภาพการผลิตไฟของระบบแตกต่างกันตามพื้นที่ ขณะที่แบบจำลอง PVWatts ของ NREL ก็คิดการสูญเสียจากหลายปัจจัย เช่น ฝุ่น เงาบัง ความไม่ตรงกันของแผง สายไฟ จุดเชื่อมต่อ และความพร้อมของระบบ โดยกำหนดค่าการสูญเสียเริ่มต้นรวมไว้ประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์
ตารางนี้ใช้สำหรับทำความเข้าใจวิธีคำนวณเท่านั้น โดยสมมติว่าใช้ไฟประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ในช่วงกลางวัน และระบบผลิตไฟใช้งานได้เฉลี่ยประมาณ 3.8 หน่วยต่อวันต่อกำลังติดตั้ง 1 kW
|
ใช้ไฟทั้งหมดต่อเดือน |
ใช้ไฟกลางวันประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ |
ใช้ไฟกลางวันเฉลี่ยต่อวัน |
ขนาดระบบจากการคำนวณเบื้องต้น |
|---|---|---|---|
|
300 หน่วย |
180 หน่วย |
6 หน่วย |
ประมาณ 1.6 kW |
|
500 หน่วย |
300 หน่วย |
10 หน่วย |
ประมาณ 2.6 kW |
|
800 หน่วย |
480 หน่วย |
16 หน่วย |
ประมาณ 4.2 kW |
|
1,000 หน่วย |
600 หน่วย |
20 หน่วย |
ประมาณ 5.3 kW |
|
1,500 หน่วย |
900 หน่วย |
30 หน่วย |
ประมาณ 7.9 kW |
ไม่ควรใช้ตารางนี้เป็นเกณฑ์เลือกชุดติดตั้งทันที เพราะหากบ้านใช้ไฟกลางวันเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ หรือโรงงานใช้ไฟกลางวันมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ผลลัพธ์จะเปลี่ยนตามไปด้วย
การตอบจากจำนวนเงินบาทเพียงอย่างเดียวอาจคลาดเคลื่อนได้ จึงควรเปิดบิลแล้วดูจำนวนหน่วยไฟจริงก่อน
ตัวอย่าง ค่าไฟ 5,000 บาทของบ้านสองหลังอาจไม่ได้หมายความว่าทั้งสองหลังใช้จำนวนหน่วยเท่ากันทุกกรณี และถึงแม้ใช้หน่วยเท่ากัน พฤติกรรมการใช้ไฟช่วงกลางวันก็อาจต่างกัน
วิธีที่เหมาะสมกว่าคือ
นำหน่วยไฟต่อเดือนมาหาค่าเฉลี่ย
ตรวจสัดส่วนที่ใช้ช่วงกลางวัน
ประเมินหน่วยไฟช่วงกลางวันต่อวัน
คำนวณกำลังระบบที่สามารถรองรับความต้องการดังกล่าว
จากนั้นจึงตรวจพื้นที่หลังคาและสเปกอุปกรณ์
เมื่อได้ขนาดระบบเบื้องต้นแล้ว สามารถนำกำลังของแผงมาคำนวณจำนวนได้
สมมติต้องการระบบที่มีกำลังแผงประมาณ 5 kW หรือ 5,000W
เว้น
หากใช้แผง 550W เป็นตัวอย่าง จะได้จำนวนแผงในเชิงกำลังประมาณดังนี้
|
ขนาดกำลังแผงรวมที่ต้องการ |
จำนวนแผง 550W ตัวอย่าง |
กำลังแผงรวม |
|---|---|---|
|
ประมาณ 3 kW |
6 แผง |
3.30 kW |
|
ประมาณ 5 kW |
9 แผง |
4.95 kW |
|
ประมาณ 10 kW |
18 แผง |
9.90 kW |
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพจำนวนแผง แต่ไม่ได้หมายความว่าอินเวอร์เตอร์ 3kW ต้องใช้ 6 แผง หรืออินเวอร์เตอร์ 10kW ต้องใช้ 18 แผงทุกระบบ
การออกแบบจริงต้องตรวจแรงดัน กระแส จำนวนช่องรับแผง ช่วงแรงดันที่อินเวอร์เตอร์ทำงานได้ และกำลังแผงสูงสุดที่ผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์กำหนด
จุดนี้มักทำให้ผู้เริ่มต้นคำนวณสับสน
คำว่า ระบบ 5kW อาจถูกใช้เรียกระบบที่ใช้อินเวอร์เตอร์กำลัง 5kW แต่กำลังรวมของแผงด้านรับแสงอาจไม่ได้เท่ากับ 5,000W พอดี
ในงานออกแบบสามารถมีการกำหนดกำลังแผงด้านกระแสตรงให้ต่างจากกำลังอินเวอร์เตอร์ได้ตามสเปกที่อุปกรณ์รองรับและหลักการออกแบบระบบ
ดังนั้น สูตรขนาดระบบหารด้วยวัตต์ต่อแผงเหมาะสำหรับใช้ประมาณจำนวนแผงเบื้องต้น แต่ไม่ควรใช้แทนการออกแบบทางไฟฟ้า
แม้คำนวณจากค่าไฟแล้วพบว่าควรติดระบบประมาณ 5 kW แต่ไม่ได้หมายความว่าจะติดตั้งได้ทันที
ต้องตรวจว่าหลังคามีพื้นที่เพียงพอสำหรับจำนวนแผงที่ต้องใช้หรือไม่ รวมถึงพิจารณาสิ่งกีดขวาง เช่น ถังน้ำ ปล่อง ช่องแสง และพื้นที่ที่เกิดเงาบัง
ตัวอย่าง หากเลือกแผงที่ใช้พื้นที่ประมาณ 2.2 ตารางเมตรต่อแผง และต้องการ 10 แผง เฉพาะพื้นที่ของตัวแผงจะอยู่ที่ประมาณ 22 ตารางเมตร
เมื่อติดตั้งจริงยังต้องเผื่อพื้นที่ตามรูปทรงหลังคา ตำแหน่งติดตั้ง โครงยึด และพื้นที่สำหรับเข้าตรวจสอบระบบด้วย
หลักการเริ่มต้นเหมือนกัน คือดูปริมาณการใช้ไฟและเวลาที่ใช้ไฟ แต่รายละเอียดในการออกแบบแตกต่างกัน
ควรดูว่ามีคนอยู่บ้านช่วงกลางวันหรือไม่ เปิดเครื่องปรับอากาศกี่เครื่อง มีปั๊มน้ำ ตู้เย็น หรืออุปกรณ์ใดทำงานต่อเนื่อง และใช้ไฟหนักช่วงเวลาใด
หากใช้ไฟส่วนใหญ่ตอนกลางคืน การติดระบบขนาดใหญ่จากยอดหน่วยรวมเพียงอย่างเดียวอาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริง
ควรดูข้อมูลโหลดระหว่างวัน ตารางเดินเครื่องจักร วันทำงาน และช่วงที่มีความต้องการไฟสูง
โรงงานที่เดินเครื่องในช่วงกลางวันมีโอกาสใช้ไฟจากระบบโซล่าเซลล์ได้โดยตรงมาก แต่การออกแบบควรอ้างอิงข้อมูลโหลดจริงและระบบไฟฟ้าของสถานประกอบการ ไม่ควรใช้ค่าไฟเฉลี่ยเพียงตัวเดียว
การคำนวณจากบิลเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับประมาณขนาดระบบ แต่ขั้นตอนก่อนติดตั้งยังควรตรวจหน้างานจริง
สิ่งสำคัญคือพื้นที่หลังคา ทิศทางและความลาดเอียง เงาบัง ความแข็งแรงของโครงสร้าง ระบบไฟฟ้าเดิม ตำแหน่งติดตั้งอินเวอร์เตอร์ และเส้นทางเดินสาย
Thaifaifah ให้บริการระบบโซล่าเซลล์สำหรับบ้าน โรงเรียน โรงงาน และธุรกิจ โดยมีขั้นตอนตั้งแต่สำรวจ ออกแบบ ไปจนถึงติดตั้งระบบ ผู้ที่คำนวณจากบิลเบื้องต้นแล้วสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริการออกแบบและติดตั้งโซล่าเซลล์ เพื่อประเมินข้อมูลจากหน้างานร่วมกับพฤติกรรมการใช้ไฟ
การติดระบบขนาดใหญ่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับการใช้ไฟมากที่สุดเสมอไป
หากผลิตไฟมากกว่าความต้องการช่วงกลางวันอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีรูปแบบการใช้หรือการจัดการพลังงานรองรับ ไฟส่วนเกินอาจไม่ได้สร้างประโยชน์เท่ากับระบบที่ออกแบบให้สัมพันธ์กับโหลดจริง
จุดสำคัญจึงอยู่ที่การหาสมดุลระหว่างปริมาณการใช้ไฟ ขนาดระบบ พื้นที่ติดตั้ง งบประมาณ และรูปแบบการใช้งาน
สำหรับผู้ที่มีบิลค่าไฟอยู่แล้ว การนำข้อมูลหลายเดือนมาให้ผู้ติดตั้งวิเคราะห์จะช่วยให้ประเมินได้ละเอียดกว่าการเลือกชุด 3kW 5kW หรือ 10kW จากยอดค่าไฟเพียงอย่างเดียว
ไม่ควรดูเฉพาะยอดค่าไฟเป็นบาท ควรใช้จำนวนหน่วยไฟต่อเดือนร่วมกับสัดส่วนการใช้ไฟในช่วงกลางวัน เพราะบ้านที่มีค่าไฟใกล้กันอาจมีพฤติกรรมการใช้ไฟต่างกันและเหมาะกับระบบคนละขนาด
ขึ้นอยู่กับกำลังของแผง เช่น แผง 500W จำนวน 10 แผงมีกำลังรวม 5,000W ส่วนแผง 550W จำนวน 9 แผงมีกำลังรวมประมาณ 4,950W แต่จำนวนติดตั้งจริงต้องตรวจสเปกอินเวอร์เตอร์และการออกแบบระบบร่วมด้วย
ยังตอบจาก 1,000 หน่วยเพียงตัวเดียวไม่ได้ หากสมมติว่าใช้ไฟประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ในช่วงกลางวัน จะเท่ากับประมาณ 20 หน่วยต่อวัน และอาจเริ่มประเมินระบบแถว 5 kW แต่หากใช้ไฟส่วนใหญ่ในช่วงกลางคืนหรือมีรูปแบบโหลดต่างออกไป ขนาดที่เหมาะสมก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย
การคำนวณโซล่าเซลล์จากค่าไฟควรเริ่มจากจำนวนหน่วยไฟต่อเดือน ไม่ใช่ยอดเงินในบิล จากนั้นดูว่าสัดส่วนการใช้ไฟช่วงกลางวันมีเท่าไร แปลงเป็นหน่วยต่อวัน แล้วจึงประมาณกำลังระบบที่ต้องการ
เมื่อได้ขนาดระบบแล้วจึงคำนวณจำนวนแผงจากกำลังของแผงที่เลือก พร้อมตรวจพื้นที่หลังคาและความเข้ากันได้กับอินเวอร์เตอร์อีกครั้ง
หากต้องการทราบว่าจากบิลค่าไฟจริงควรติดประมาณกี่ kW และใช้กี่แผง สามารถนำข้อมูลการใช้ไฟและรายละเอียดหน้างานมาประเมินร่วมกับทีม Thaifaifah ผ่านหน้า สำรวจและติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ให้เหมาะกับการใช้ไฟ เพื่อกำหนดระบบจากการใช้งานจริงมากกว่าการเลือกขนาดจากค่าไฟเพียงอย่างเดียว